ร้านอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการเล่นเกมส์ทั่วไป

ร้านอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการเล่นเกมส์ทั่วไป

ห้องแถวยาวที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากมายถูกจัดวางเรียงรายกันไว้อย่างเป็นระเบียบรอคอยผู้ที่จะก้าวเดินเข้ามาในร้าน และติดต่อขอใช้บริการกับจำของร้านโดยแลกเปลี่ยนกับเงินค่าบริการรายชั่วโมง ร้านที่ให้บริการในลักษณะนี้มักจะถูกเรียกรวมๆกันว่า ร้าน Internet  มันเป็นภาพที่ชินตาสำหรับใครหลายๆคนที่เวลาเดินทางผ่านร้าน Internet ที่จะเห็นคนจำนวนหลายสิบ ที่มีอากัปกริยาแตกต่างกันไปนั่งหันหน้าเข้าสู่จอคอมพิวเตอร์ บางคนอาจกำลังหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมเบื้องหน้า ส่วนบางคนก็อาจกำลังทำหน้าเคร่งเครียดบึ้งตึง เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในกล่องสี่เหลี่ยมไม่ได้ดำเนินไปตามที่เขาหวัง สำหรับหลายๆคนที่เคยเข้าไปใช้บริการร้าน Internet เป็นประจำ ก็คงจะทราบเหตุโดยคร่าวๆว่า เพราะสาเหตุอะไรพวกบรรดาเด็กนักเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ตัวยง สาวนักแช็ท จึงต้องทุ่มเทเวลาในชีวิตก้าวเข้ามารวมกลุ่มกันอยู่ในห้องแถวเล็กๆแบบนี้ทุกๆวัน อย่างไม่เบื่อหน่ายเลยซักนิดกัน ซึ่งคราวนี้ทาวเราจะพาทุกท่านเจาะลึกเข้าไปยังเบื้องหลังของร้าน Internet กัน

ในประเทศไทย ณ เวลานี้ สถานการณ์ทางการตลาดของเกมส์ออนไลท์จัดได้ว่ากำลังเติบโตอย่างน่าพิศวง ด้วยจำนวนเกมส์ออนไลท์ที่มีการเปิดให้บริการที่มากขึ้นกว่า 30 เกมส์ในปี พ.ศ.2549 มันกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดเกมส์ออนไลท์ไทยเกิดความคึกคักขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ถ้ากล่าวง่ายๆก็คือ ยิ่งมีเกมส์ให้เล่นมากเท่าไหร่ จำนวนผู้เล่นที่ชื่นชอบริลองของปลกใหม่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำให้จำนวนของ ร้าน Internet เองก็เพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วยเพื่อรองรับจำนวนผู้เล่นที่มากขึ้น จนในปัจจุบันตามเมืองใหญ่ๆสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า แทบทุกหัวถนนจะต้องมีร้าน Internet ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้านตั้งประจำอยู่ ซึ่งนั้นมันทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อผู้ต้องใช้บริการร้าน Internet มากขึ้น แต่อะไรที่มันสบายมากๆ ก็มักจะมีปัญหาตามมาทุกที ปัญหาใหญ่สุดที่ ร้าน Internet พบเห็นจะหนีไม่พ้นของเรื่องการถูกโจมตีจากผู้ปกครอง และกลุ่มผู้ที่หาว่าร้าน Internet เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนประโคมข่าวโจมตีกันอยู่บ่อยๆ ทั้งๆที่บรรดา ร้าน Internet ไม่ว่าขนาดเล็ก หรือใหญ่ที่ตั้งเป็นร้านขึ้นมา ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเพียงการประกอบอาชีพให้บริการอินเตอร์เน็ทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นอาชีพสุจริตเท่านั้นถึงอย่างนั้นทางผู้ปกครอง และทางรัฐก็ยังอุตส่าห์ออกกฎหมายมาบีบบังคับการให้บริการของบรรดาผู้ประกอบการเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนผู้ประกอบการต้องเอาน้ำตาเช็ดหัวเข่าหลายครั้งหลายหนจนดวงตาสากเนื่องจากแรงเสียดสีไปเป็นแถว โดยคงลืมนึกกันไปกระมังว่าร้าน Internet ไม่ใช่ผู้เรียกร้องให้เด็กเข้ามาใช้บริการ หากเป็นพวกเด็กเองเองต่างหากที่เข้ามาใช้บริการกันเองในร้าน Internet มีคำกล่าวหนึ่งที่ถูกพูดเปรียบเปรยถึงร้านเกมส์กันอยู่บ่อยๆ ว่า “ร้าน Internet ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนักเล่นเกมส์”